บทความสำหรับประชาชน


แคลเซียม และไวตามินดี สิ่งที่คนทุกวัยต้องการ

ผศ.พตต.นพ.ธงชัย สุนทราภา

วีดิโอนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการได้รับแคลเซียมเพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงอายุ 25-35 ปี เพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุนในอนาคต

ข้อสรุปสำคัญ:

  • ช่วงอายุ 25-35 ปี เป็นช่วงที่ร่างกายสะสมแคลเซียมได้มากที่สุด: ดังนั้นการได้รับแคลเซียมในช่วงเวลานี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพกระดูกในระยะยาว
  • แคลเซียมมีบทบาทสำคัญหลายอย่างในร่างกาย: ไม่เพียงแต่สร้างความแข็งแรงให้กระดูก แต่ยังเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ และการแข็งตัวของเลือด
  • แหล่งอาหารที่มีแคลเซียมสูง: นมและผลิตภัณฑ์จากนม เช่น โยเกิร์ต ชีส และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองที่เสริมแคลเซียม
  • ปริมาณแคลเซียมที่แนะนำ: ผู้ใหญ่ควรได้รับแคลเซียมประมาณ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน
  • ปัจจัยที่ส่งผลต่อการดูดซึมแคลเซียม: วิตามินดีมีบทบาทสำคัญในการช่วยดูดซึมแคลเซียมจากอาหาร
  • การเลือกผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียม: มีแคลเซียมหลายชนิด เช่น แคลเซียมคาร์บอเนต แคลเซียมซิเตรต การเลือกชนิดที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น การดูดซึมและผลข้างเคียง

วีดิโอนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพกระดูกตั้งแต่วัยหนุ่มสาว การได้รับแคลเซียมเพียงพอและการออกกำลังกายเป็นประจำ จะช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนและรักษาสุขภาพกระดูกให้แข็งแรงในระยะยาว

ข้อแนะนำ:

  • ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียมที่เหมาะสม
  • ควรตรวจสุขภาพกระดูกเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน
  • ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินให้มีการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม ผลิตภัณฑ์จากนม และผักใบเขียว
  • ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้กระดูกแข็งแรง

สรุปได้ว่า การดูแลสุขภาพกระดูกตั้งแต่ยังวัยหนุ่มสาวเป็นสิ่งสำคัญมาก การได้รับแคลเซียมเพียงพอและการมีวิถีชีวิตที่ดี จะช่วยให้คุณมีกระดูกที่แข็งแรงและป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ในระยะยาว

อนุสาขาออร์โธปิดิกส์ผู้สูงวัยและโรคกระดูกเมตาบอลิก
ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย
© Copyright 2025 - MBOG - All Rights Reserved
linkedin facebook pinterest youtube rss twitter instagram facebook-blank rss-blank linkedin-blank pinterest youtube twitter instagram