อนุสาขาออร์โธปิดิกส์ผู้สูงวัยและกระดูกเมตาบอลิค หรีอ MBOG เริ่มต้นดำเนินการในชื่อนี้ เมื่อปี พ.ศ.2553 โดยต่อยอดมาจากอนุสาขา Metabolic Bone ที่รวบรวมผู้สนใจในความรู้เกี่ยวกับโรค Metabolic bone disorder และ ภาวะกระดูกพรุน โดยการนำของ รศ.นพ.ณรงค์ บุณยะรัตเวช ที่ก่อตั้งมาก่อนหน้านั้นประมาณ 16 ปี คือประมาณปี พ.ศ.2537 หรือประมาณ ค.ศ.1994 ในช่วงนั้นเป็นช่วงที่มีความก้าวหน้าในวงวิชาการด้านภาวะกรดูกพรุน โดย World Health Organization ได้ประกาศชื่อภาวะกระดูกพรุน(Osteoporosis)และให้แนวทางกาวินิจฉัยโดยกำหนดค่ามวลกระดูกที่เข้าเกณฑ์กระดูกบางและกระดูกพรุนในปี ค.ศ.1994 หรือ พ.ศ. 2543 ยาที่ขึ้นทะเบียนในการรักษาโรคกระดูกพรุนก็มีส่วนสำคัญในความก้าวหน้าทางวิชาการ ได้แก่ ยา Miacalcic หรือ Salmon Calcitonin โดยบริษัท Novatis ซึ่งขึ้นทะเบียนประมาณปี พ.ศ.2533 ต่อมามีการขึ้นทะเบียนยากระดูกพรุน Fosamax หรือ alendronate ของบริษัท MSD ประมาณปี 2541 และยา Actonel หรือ Risedronate โดยบริษัท Aventis ต่อมา Novatis ก็ขึ้นทะเบียนยา Aclasta ยาฉีดรักษากระดูกพรุน และ ภาวะ Acute hypercalcemia
กลุ่มของอาจารย์ณรงค์ บุณยะรัตเวช ประกอบด้วยอาจารย์จากสถาบันต่างๆ เช่น อาจารย์วินัย พากเพียร จากจุฬา อาจารย์นายแพทย์วีระวัฒน์ หาญทวิชัย จากวชิรพยาบาล ได้มีการจัดการประชุมวิชาการเผยแพร่ความรู้ให้กับแพทย์ประจำบ้านและแพทย์ผู้สนใจ อาจารย์ณรงค์ได้ทำงานวิจัยเกี่ยวกับยาทางด้านกระดูกพรุนมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Bone Marker เช่น Osteocalcin อาจารย์ได้จัดการประชุมวิชาการเกี่ยวกับ Metabolic Bone โดยให้ชื่อว่า Bone Forum และจัดการประชุมติดต่อกันทุกปี เป็นเวลากว่า 10 ปี
ลูกศิษย์เอกของอาจารย์ ได้แก่ อาจารย์ทวี ทรงพัฒนาศิลป์ จากพระมงกุฏเกล้าและ อาจารย์ศุภศิลป์ สุนทราภา จาก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น อาจารย์ทวีสนใจงานวิจัยเกี่ยวกับการใช้ยา ส่วนอาจารย์ศุภศิลป์ สนใจทำการศึกษา เกี่ยวกับ วิตามินดี และ ระดับ Parathyroid hormone อาจารย์ที่สนใจกระดูกพรุนอีกท่านหนึ่ง คือ อาจารย์วิวัฒน์ วจนวิศิษฐ์ จากรามธิบดี อาจารย์ได้สนใจงานวิจัยเกี่ยวกับ Bone metabolism และ ระดับแคลเซียมในร่างกาย อาจารย์ได้ช่วยเป็นบรรณาธิการหนังสือราย 6 เดือนเกี่ยวกับ Metabolic Bone ชื่อ Bone Bulletinโดยได้รับการสนับสนุนจาก Novatis โดยอาจารย์วิวัฒน์ได้เป็นบรรณาธิการต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 10 ปี อาจารย์พงศ์ศักดิ์ ยุกตะนันทน์ จากจุฬา สถาบันที่เก็บข้อมูลประชากรเกี่ยวกับการวัดมวลกระดูก สนใจทำการศึกษาเกี่ยวกับ Fracture threshold และ Hip fracture
ในปี พ.ศ.2543 เป็นปีที่ราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ เกิดวิกฤติการทางการเงิน ขณะนั้นอาจารย์สุทร บวรรัตนเวช ได้รับการทาบทามจาก International Osteoporosis Foundation ขอให้ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ จัดการประชุม 1st Asian Regional IOF meeting ขึ้นในประเทศไทย ปรากฏว่ามีผู้ร่วมประชุมชาวต่างชาติเข้าร่วมประชุมที่โรงแรม Centara ลาดพร้าว เป็นจำนวนมาก รายได้จากการประชุมได้เงินไปช่วยการเงินของราชวิทยาลัย และ รายได้อีกส่วนหนึ่งได้นำไปก่อตั้งมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมี อาจารย์สุปรีชา โมกขเวท เป็นประธานมูลิธิท่านแรกในปี พ.ศ.2545 หลังจากนั้นราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ ได้ออกระเบียบการก่อตั้งอนุสาขา เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยทางด้านการเงินต่อไป
อนุสาขา Metabolic Bone and Orthogeriatricได้ก่อตั้งขึ้น หลังจากอาจารย์ณงค์ บุณยะรัตเวช ได้ขอให้อาจารย์ทวี ทรงพัฒนศิลป์ รับผิดชอบอนุสาขา และจัดการประชุมวิชาการเพื่อให้ความรู้แพทย์ประจำบ้าน รวมทั้งการฝึกอบรมแพทย์ที่สนใจความรู้ด้าน Bone Metabolism, Metaboloic bone disorder, Osteoporosis และ Orthogeriatric ต่อมาได้เปลี่ยนชื่ออนุสาขาเป็น อนุสาขาออร์โธปิดิกส์ผู้สูงวัยและกระดูกเมตาบอลิค หรือ Orthogeriatric and Metabolic Bone แต่คำย่อยังใช้ MBOG ตามเดิม อาจารย์วิวัฒน์ วจนวิศิษฐ์ ขอให้ขยายจากอนุสาขาของราชวิทยาลัย ให้เป็น ชมรมวิชาชีพ Thai Bone and Mineral Research Society(TBMS) ซึ่งจะได้ทำการก่อตั้งต่อไป
การเข้าร่วมกับ IOF และ มูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย
หลังจากที่ WHO ประกาศความสำคัญของโรคกระดูกพรุนและเกณฑ์การวินิจฉัย นักวิทยาศาสตร์ที่ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับกระดูกที่มีการรวมตัวกันเป็น สมาคม Calcified Tissue สมาคม Bone and mineral Research Society สำหรับแพทย์ได้รวมตัวกันก่อตั้ง National Osteoporosis ของสหรัฐอเมริกา และ European Osteoporosis Foundation ซึ่งต่อมาได้รวมตัวกันก่อตั้ง Internation Osteoporosis Foundation และจัดการประชุมครั้งสำคัญ World Congress of Osteoporosis ณ เมืองชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ.2000 เครือข่ายการทำงานระดับนานาชาติได้เริ่มเกิดขึ้น นอกจากนี้แล้วในยุโรปยังเกิดสมาคม Fragility Fracture ในกลุ่มแพทย์ Trauma ของ สมาคม AO ในโอกาสนี้ พอ.นพ.สุทร บวรรัตนเวช อดีตประธานราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นผู้ที่เข้าร่วมกับสมาคม AO ได้นำมูลนิธิโรคกระดูกพรุนเข้าเป็นสมาชิก Interanational Osteoporosis Foundation โดยอาจารย์ได้เข้าร่วมเป็นกรรมการของ IOF ด้วย ในช่วงนั้นมีกรรมการและผู้เชี่ยวชาญของ IOF ระดับโลก เดินทางมาร่วมกิจกรรมบรรยายความรู้ทางวิชาการระดับชาติและนานาชาติหลายครั้ง เช่น Professor Piere Delmas, Professor Ego Seeman, Professor Reginster ต่อมาอาจารย์สุทร ได้เชิญให้ IOF มาจัดการประชุมที่ประเทศไทย และได้จัดเตรียมการประชุมในวันที่ 3 ถึง 7 ธันวาคม ค.ศ. 2008 ได้มีผู้ลงทะเบียนมาจำนวนมาก แต่เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ทางการเมืองและปิดสนามบิน จึงทำให้ต้องงดการประชุม ทำให้เสียความน่าเชื่อถือไปมาก สำหรับอนุสาขาออร์โธปิดิกส์ผู้สูงวัยและกระดูกเมตาบอลิค หลังจากมีการจัดตั้งกรรมการเรียบร้อยแล้วก็ได้สมัครเป็นสมาชิกสมาคม IOF โดยการนำของ นพ.ธนัตถ์ วัลลีนุกูล ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554
Bone and Joint Decade
ในปี ค.ศ.1998 ในการประชุมของ World Health Organization ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ กำหนดปี ค.ศ.2000 - 2010 เป็น 10 ปีสุขภาพของกระดูกและข้อ (Bone and Joint Decade) และขอให้องค์กรสุขภาพทั่วโลกร่วมมือกันลดอุปสรรคในการดูแลรักษาภาวะความเจ็บป่วยของระบบกระดูกและข้อ รวมทั้งส่งเสริมสุขภาพของระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ ในการนี้องค์การอนามัยโลกได้ร่วมกับธนาคารโลกจัดตั้งองค์กร Bone and Joint Decade ให้การสนับสนุน สำหรับประเทศไทย ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ได้ให้ความร่วมมือ โดย พล.ท,นายแพทย์ธำรงรัตน์ แก้วกาญจน์ รับเป็นประธาน Bone and Joint Decade ของประเทศไทย โรคที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ข้อเสื่อม กระดูกพรุน โรคกระดูกเด็ก โรคกระดูกสันหลัง และ อุบัติเหตุของระบบกระดูกและข้อ กิจกรรมต่างของราชวิทยาลัย และอนุสาขาต่างๆ ในช่วงนั้นจึงเป็นช่วงที่ส่งเสริมสุขภาพกระดูกและข้อ จากความสำเร็จของ Bone and Joint Decade ในช่วง 10 ปี แรก เมื่อสิ้นสุดปี ค.ศ.2010 จึงมีการประกาศต่อ Bone and Joint Decade ออกไปอีก 10 ปี ก้าวต่อไปของการดูแลผู้ป่วยกระดูกและข้อในช่วงนี้ซึ่งเป็นช่วงที่สังคมโลกกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ มีการจัดการดูแลผู้สูงอายุกระดูกสะโพกหัก มีการอบรม Orthogeriatric course จากองค์กรต่างๆ ทั่วโลก เช่น AO course การจัดการประชุมเครือข่าย Fragility Fracture Network และจากผลของ Registry พบว่าการผ่าตัดผู้ป่วยสูงอายุสะโพกหัก ในช่วง 48-72 ชั่วโมง มีผลดีต่อผลการรักษา อัตราตาย ผลข้างเคียง และ ค่าใช่จ่ายต่ำกว่าจึงเกิดโครงการ Hip Fracture Fast Tract ขึ้น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ในประเทศไทย ได้เริ่มโครงการ Hip Fast Tract โดยอยู่ใน Service Plan ของกระทรวงสาธารณสุข ต่อมาเมื่อนายแพทย์ ปิยะสกล สกลสัตยาทร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปี พ.ศ.2560 นพ.สมศักดิ์ ลีเชวงวงศ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้นำกรรมการอนุสาขาออร์โธปิดิกส์ผู้สูงวัยและกระดูกเมตาบอลิค และ กรรมการราชวิทยาลัยแพทยน์ออร์โธปิดกิส์ เข้าพบท่านรัฐมนตรี จนได้กำหนดให้การรักษาผู้ป่วยสะโพกหักอนย่างรวดเร็ว เป็นนโยบายกระทรวงสาธารณสุข ทำให้โครงการ Hip Fracture Fast Tract กระจายออกไปทั่วประเทศทั้งในโรงพยาบาลภาครัฐและโรงพยาบาลเอกชล จนกระทั่งปัจจุบัน
Fragility Fracture Network (FFN)
FFN หรือ Fragility Fracture Network เป็นเครือข่ายบุคคลากรทุกระดับที่ดูแลผู้ป่วยกระดูกหักง่ายจากภาวะต่างๆ จัดตั้งขึ้นในยุโรป ตั้งแต่ปี ค.ศ.2011 โครงการนี้มีการประชุมอย่างสม่ำเสมอ และขยายเครือข่ายไปทั่วโลก มูลนิธิกระดูกพรุนได้รับโครงการนี้ไว้ในมูลนิธิและเชิญแพทย์ออร์โธปิดิกส์เป็นประธานโครงการ
IOF ดำเนินการโครงการ Capture the fracture ตั้งแต่ 2012 โดยมี Best Practice เป็น Fracture Liaison Service โครงการนี้ติดตามคนไข้หลังเกิดภาวะกระดูกหัก ในการดูแลป้องกันการหักซ้ำ และการรักษาภาวะกระดูกพรุน โครงการนี้มูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย ได้เป็นผู้นำในการให้ความรู้แก่ผู้ป่วย โดยได้ประสานงานกับแพทย์ออร์โธปิดิกส์ในโรงพยาบาลต่างๆ และพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ
[ขอขอบพระคุณ รศ.นพ.พงศ์ศักดิ์ ยุกตะนันทน์ เป็นอย่างสูงที่ได้ให้ข้อมูลประวัติของอนุสาขาออร์โธปิดิกส์ผู้สูงวัยและกระดูกเมตาบอลิค ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง]